ผ่านมา6ปี
 
บ้านCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 ความจริงของชีวิต

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
Admin
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 3787
Join date : 01/06/2015

ตั้งหัวข้อเรื่อง: ความจริงของชีวิต   Wed Jul 15, 2015 9:58 am

ความคาดหวังก็คือความหวัง ถ้าไม่ลงมือทำ

วันที่เรียนจบแล้วโว้ย แต่ยังหลงทางอยู่เลยเฮ้ย
หนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรงกว่าสิบคนนั่งล้อมวงอยู่ในร้านเบียร์ เฝ้าฟังนักดนตรีบรรเลงเพลงอย่างเงียบเชียบ ผู้หญิงก้มหน้าเล่นมือถือ ผู้ชายมองแก้วเบียร์ เราเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน กอดคอทำงานด้วยกันมาสมัยเรียน ย้อนกลับไปปีกว่าๆ เราเต็มไปด้วยความเกรียน ความเฮฮา พูดคุยกันเรื่องนักกีฬาที่ชอบ เกมที่เล่น ความฝันที่มี พรุ่งนี้ไปเที่ยวไหน จบไปทำไรดี

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ใบปริญญาผลักเราจากชีวิตแสนสุขในรั้วมหา'ลัย เราไม่ต่างอะไรกับเด็กนักเรียนในหนังเรื่อง Battle Royal หรือ The Hunger Games ตื่นมาอยู่กลางสมรภูมิชีวิตจริง ต้องทำงาน ต้องหาเงินเลี้ยงชีวิต ต้องมีงานที่ดีให้เชิดหน้าชูตาในสังคม

เราเกิดในยุค 90s Gen Y หน้าใสผู้ไม่ใคร่อยากเข้าออฟฟิศ ผู้เห็นภาพตัวเองร่ำรวยหลังจากเรียนจบทำงานได้ 3 - 5 ปี ผู้ถูกสอนมาว่าชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก ชีวิตที่มีความสุขคือชีวิตที่เป็นอิสระจากกรอบเวลาเข้าออกงาน ยิ่งได้ทำงานวันละน้อยชั่วโมงยิ่งดี ความคิดนี้แพร่กระจายในท้องฟ้าดุจเป็นอากาศธาตุของคนรุ่นใหม่ ประกอบกับหนังสือ รายการ ภาพความสำเร็จมากมายฉายให้เราเห็นว่ามีคนไม่น้อยสร้างวิถีชีวิตนี้ให้เป็นจริงได้อย่างไร

เราจึงหวัง หวังว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ถูกเลือกให้ขึ้นเรือที่มีชื่อว่าอิสรภาพจากงานและการเงิน เราคาดหวังจะเกษียณตัวเองตอนอายุ 35 โดยลืมถามไปว่ากูจะเกษียณตอน 35 ไปทำบ้าอะไร ไม่นานความคาดหวังอันแรงกล้านั้นก็พุ่งปะทะกำแพงแห่งความเป็นจริงเข้าอย่างจัง

เราพบว่าตัวเองทำงานออฟฟิศ มีงานประจำ เข้าออกเป็นเวลา รับเงินเดือนมั่นคง ไม่ตื่นเต้นเหมือนที่เคยจินตนา เราสงสัยว่านี่กูกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนได้อย่างไร มีอะไรในชีวิตผิดพลาดอย่างนั้นหรือ บ้างก็เดินเคว้งคว้างอยู่ในเวหาแห่งความสับสน คิดเวียนวนไม่ตกว่าชีวิตนี้กูต้องการอะไรกันแน่ กูอยากทำงานอะไร กูชอบอะไร กูจะไปไหนต่อ ทำไมชีวิตมันไม่ง่ายอย่างที่คิดว่ะ


เมื่อกลับมาเจอกันในร้านเบียร์ เราจึงหลุบตา หลบเลี่ยงจะพูดถึงเรื่องงาน ไม่อยากถูกถามเรื่องเงินเดือน เรายังไม่พร้อมจะพูด ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอก่อนได้มั้ย ให้กูมีงานดีๆ งานเท่ๆ ก่อนแล้วค่อยมาถามใหม่ ยังไม่อยากตอบ อยากพูดได้ว่าชีวิตสุขสบายดี แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ ขอเวลาสร้างตัวอีกหน่อยเถอะ

นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมเรารึเปล่า

เราเห็นคนอื่นๆ แล้วเราสงสัย ทำไมเราไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศแบบนั้น ไม่ได้จิบกาแฟแก้วละร้อยทุกวันแบบนั้น ไม่ได้มีกระเป๋าแบรนด์เนมใช้แบบนั้น ไม่ได้มีเวลาว่างท่องเที่ยวที่สวยๆ งามๆ แบบนั้น ไม่ได้ถอยรถคันใหม่ได้แบบนั้น ไม่ได้โละตู้เสื้อผ้าซื้อชุดสวยๆ ใส่ได้แบบนั้น ไม่ได้มีแฟนน่ารักๆ ให้เราไปกินข้าวมุ้งมิ้งบนดาดฟ้าโรงแรมแบบนั้น


แก้ไขล่าสุดโดย Admin เมื่อ Wed Jul 15, 2015 10:02 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://pixhouse.thai-forum.net
Admin
Admin
avatar

จำนวนข้อความ : 3787
Join date : 01/06/2015

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ความจริงของชีวิต   Wed Jul 15, 2015 9:59 am

เราสงสัยอีกว่าทำไมต้องมีเงื่อนไขเยอะจังกว่าจะมีชีวิตที่ดีได้

ตั้งแต่เมื่อไหร่และใครเป็นคนกำหนดว่างานไม่ประจำเท่กว่างานประจำ? ใครเป็นคนขีดเดดไลน์ให้ว่าอายุเท่านี้ต้องมีรายได้เท่านี้? ใครเป็นคนบอกกับสังคมว่าคนมีพอร์ตหุ้นเจ๋งกว่าคนไม่มีพอร์ตหุ้น? ทำไมการที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรในวันนี้ถึงเป็นเรื่องน่าอาย?

ทั้งๆ ที่จริงมันก็เป็นแค่เรื่องประจำวัย เหมือนวัยรุ่นเป็นประจำเดือน อายุเท่านี้ยี่สี่สิบกว่าๆ ก็เป็นธรรมดาที่จะงงใช่รึเปล่า เป็นธรรมดาที่รายได้จะยังไม่สูงมาก เป็นธรรมดาที่จะลาออกเปลี่ยนงานบ่อย ไม่ใช่หรือ

ใช่ เคสที่สำเร็จเร็วมันมีและมีจำนวนไม่น้อยด้วย แต่เฮ้ย บางทีเราก็ลืมถามไปรึเปล่าว่าจะรีบไปทำไม บางคนมีเหตุผล บางคนไม่ มันแค่อยากไปให้ถึง อยากรีบๆ ไป ถ้ารีบแล้วสุขสบายใจก็โอเค แต่ถ้ารีบแล้วเดือดร้อนใจ มันคุ้มไหม

ถ้าลองคุย หลายคนก็ยังหวั่น ยังไม่แน่ใจ ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน และแต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากันกว่าจะรู้ได้ ที่แน่ๆ ไม่มีใครรู้ได้จากการนั่งคิด ทั้งหมดมาจากการลองผิดลองถูก มันจากการลองทำหลายๆ อย่าง บางครั้งแทนที่จะพบสิ่งที่ใช่ เราจะได้เจอว่าอะไรไม่ใช่แทน ไม่นานตัวเลือกก็จะเลือกไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นมีทางของเราอยู่

ไม่มีใครถูกสตาร์ฟอยู่กับที่ได้เป็นสิบๆ ปีหรอก คนนะไม่ใช่แมวถูกฉีดฟอมาลีนชีวิตถึงจะไม่ก้าวหน้า อย่าเสียกำลังใจ ถ้ามองไม่เห็นว่าชีวิตเราตอนนี้โชคดียังไง ไปลองนั่งรถเมล์เล่นซักวัน หรือไม่ก็ไปลองนั่งรถไฟ ลองไปบริจาคข้าวของให้บ้านเด็กกำพร้า ลองไปเยี่ยมบ้านพักคนชรา หรือมูลนิธิผู้พิการ แล้วจะรู้เลยว่าคนรุ่นใหม่ Gen Y แม่งโชคดีขนาดไหนเราแค่พอใจอะไรในชีวิตยากเอง

ข้อดีของคนรุ่นใหม่คือมีความทะเยอะทะยานสูง เราอยากทำงานดีๆ มีชีวิตดีๆ มีฐานะดีๆ ถ้างั้นก็ต้องอย่าท้อง่ายใช่ไหม คนที่หวังสูงต้องเจอกับอุปสรรคเยอะกว่าคนทั่วไปใช่รึเปล่า ระหว่างทางจะมีคนหมั่นไส้ อิจฉา ต่อว่า นินทา ขัดแข้งขัดขา สบประมาท สารพัด ยามอยากได้ความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือจะไม่มา (เหมือนเวลาอยากได้แท็กซี่ แม่งไม่เคยมา) โลกไม่ได้สวยขนาดนั้น มองอนาคตให้สดใส แต่ต้องเตรียมใจรับปัจจุบันให้มากๆ ใช่มั้ยเราจึงจะมีกำลังใจทำสิ่งที่ตั้งใจได้สำเร็จ

ขณะที่เรามีความหวัง เท้าเราก็ยังอยู่บนพื้น ถ้าเสียกำลังใจลงไปนั่งคุกเข่า รีบลุกขึ้นมาเดินต่อดีไหม ความหนุ่มสาวของพวกเราคือสิ่งวิเศษสุดแล้วไม่ใช่หรือ

ปิดท้ายด้วย source of inspiration จากคุณ Jack Ma

"This is my advice to the young people: 25 years old, make enough mistakes. Don’t worry! You fall, you stand up, you fall…enjoy it! You’re 25 years old, enjoy the show!”

translation อย่างดุเดือดว่า

"คำแนะนำสำหรับคนอายุ 25 ใช่มั้ย!? ไปทำผิดพลาดให้หนำใจเลย จะซีเรียสอะไรกับชีวิตนักหนา! มึงล้ม มึงลุกขึ้น มึงล้มอีก...ยังงี้ซิว่ะมันถึงจะมันส์! มึงอายุแค่ 25 เองเว้ย! สนุกกับชีวิตหน่อยเฮ้ย!"
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://pixhouse.thai-forum.net
 
ความจริงของชีวิต
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คอกหมู :: ห้องรับแขก :: ทัศนะ-
ไปที่: